AstaNano (AstaNANO®) คือ นวัตกรรมสารสกัด Natural Astaxanthin จากสาหร่ายจุลภาค Haematococcus pluvialis ประเทศนิวซีแลนด์ ที่ผ่านเทคโนโลยี NMC-3D Nano-encapsulation จนได้อนุภาคขนาดเล็กระดับนาโน (ต่ำกว่า 70-100 นาโนเมตร) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย (Bioavailability) สูงถึง 74.83% ซึ่งมากกว่ารูปแบบน้ำมันทั่วไปถึง 20 เท่า พร้อมทนต่อกรดในกระเพาะอาหารเพื่อนำส่งสารสำคัญเข้าสู่เซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับคนยุคใหม่ ที่ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ทำงานหนัก ออกกำลังกาย หรือเผชิญความเครียดจากชีวิตประจำวัน การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มี Astaxanthin จึงไม่ควรมองเฉพาะตัวเลขปริมาณสารสำคัญ แต่ควรทำความเข้าใจด้วยว่า Astaxanthin มาจากไหน ผ่านกระบวนการอะไร และถูกพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบใด
บทความนี้จะพาไปรู้จัก AstaNano ตั้งแต่ต้นกำเนิดของ Astaxanthin ไปจนถึงจุดเด่นของเทคโนโลยีการสกัดและการพัฒนารูปแบบสารสำคัญ
AstaNano คืออะไร?
AstaNano เป็นแบรนด์วัตถุดิบแอสตาแซนธินธรรมชาติ (Natural Astaxanthin) ที่พัฒนาโดยกลุ่มผู้ผลิตในนิวซีแลนด์ จุดเด่นคือการควบคุมกระบวนการทุกขั้นตอนตั้งแต่การเพาะเลี้ยงสาหร่ายไปจนถึงการแปรรูปเป็นวัตถุดิบสำเร็จรูป โดยมี องค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่
- แหล่งสาหร่าย : สาหร่ายสีแดง Haematococcus pluvialis เพาะเลี้ยงในฟาร์มระบบปิด
- การสกัด : ใช้เทคโนโลยี Supercritical CO₂ (SFE) เพื่อให้ได้น้ำมันแอสตาแซนธินที่ปราศจากสารเคมีตกค้าง
- การทำนาโน: ใช้เทคโนโลยี NMC-3D Nano-encapsulation ห่อหุ้มโมเลกุลน้ำมันให้มีขนาดเล็กลง
ชื่อทางการค้า “Astanano“ ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอย่างเป็นทางการที่นิวซีแลนด์ (New Zealand Intellectual Property Office) ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักฐานที่ช่วยยืนยันความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในเชิงทรัพย์สินทางปัญญา
กระบวนการผลิต AstaNano ทำงานอย่างไร ?
การผลิต AstaNano แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก
- การเพาะเลี้ยงและเก็บเกี่ยวชีวมวล (Biomass)
สาหร่ายสีแดงถูกเพาะเลี้ยงในระบบท่อปิด (Closed Tubular System) แทนที่จะเป็นบ่อเปิดแบบทั่วไป ระบบนี้ช่วยลดการปนเปื้อนจากมลภาวะภายนอกได้อย่างมีนัยสำคัญ และควบคุมปัจจัยการเติบโต เช่น แสง น้ำสะอาด และสารอาหาร ได้แม่นยำกว่า ซึ่งผู้ผลิตรายงานว่าฟาร์มระบบปิดสามารถผลิตแอสตาแซนธินได้ในสัดส่วนที่สูงกว่าระบบบ่อเปิดทั่วไป
- การสกัดด้วยSupercritical CO2 ที่นิวซีแลนด์
ชีวมวลสาหร่ายจะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการสกัดด้วยเทคโนโลยี Supercritical CO2 (SFE) ซึ่งเป็นวิธีสกัดที่ไม่ใช้ตัวทำละลายเคมี ผลลัพธ์คือ Astaxanthin Oil บริสุทธิ์สูง เหตุผลที่ต้องสกัดในนิวซีแลนด์คือเรื่องมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและภาพลักษณ์ความสะอาดของแหล่งวัตถุดิบ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้บริโภคในตลาดพรีเมียมให้ความสำคัญ
- การทำเป็นอนุภาคนาโนด้วย NMC-3D Nano-encapsulation
น้ำมันแอสตาแซนธินเข้มข้นจะถูกนำมาผ่านเทคโนโลยี NMC-3D Nano-encapsulation เพื่อห่อหุ้มโมเลกุลให้มีขนาดเล็กลง ช่วยให้สารสกัดสามารถละลายน้ำได้ และมีความคงตัวมากขึ้นเมื่อนำไปผสมในสูตรผลิตภัณฑ์
จุดเด่นของฟาร์มระบบปิด (Closed Tubular System)
ต้นกำเนิดของ AstaNano มาจากสาหร่ายที่เพาะเลี้ยงด้วยระบบท่อแก้วปิด (Glass Tube) ซึ่งแตกต่างจากฟาร์มบ่อเปิด (Open Pond) ทั่วไป
- ความบริสุทธิ์สูงสุด (Zero Contamination) : ป้องกันฝุ่น เชื้อโรค และแมลง ทำให้ปราศจากพลาสติไซเซอร์ สารกำจัดศัตรูพืช และมีโลหะหนักต่ำมาก (<1.0 ppm)
- ปริมาณสารสำคัญสูง (High Potency) : ควบคุมปัจจัย แสง, น้ำ RO บริสุทธิ์, และ $CO_2$ ได้แม่นยำ ทำให้ได้ Astaxanthin สูงกว่า 7% (Dry basis) ขณะที่ระบบเปิดได้ไม่ถึง 4%
- อัตราส่วนความบริสุทธิ์สูง : ในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่สกัดได้ มีสัดส่วนที่เป็น Astaxanthin แท้สูงถึง 95%
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainability) : ฟาร์มช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 6,000 ตันต่อปี
ทำไมต้องสกัดที่นิวซีแลนด์ ?
นิวซีแลนด์ เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการยอมรับ ด้านความสะอาดของธรรมชาติ และมาตรฐานการผลิตระดับสากล การเลือกสกัดในพื้นที่นี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สร้างความน่าเชื่อถือให้กับวัตถุดิบ
3 เหตุผลที่ AstaNano เหนือกว่า Astaxanthin ทั่วไป ?
- ดูดซึมไวและดีกว่าเดิมถึง 20 เท่า (High Bioavailability)
จากการศึกษาเปรียบเทียบค่าการดูดซึมในห้องทดลอง (In Vitro Bioavailability) พบว่า AstaNano ในรูปแบบ Emulsion สามารถดูดซึมได้สูงถึง 74.83% ในขณะที่ Astaxanthin รูปแบบน้ำมัน (Oleoresin) ทั่วไปในท้องตลาดดูดซึมได้เพียง 3.42% เท่านั้น ซึ่งหมายถึงประสิทธิภาพการนำไปใช้งานที่เหนือกว่าถึง 20 เท่า
2. อนุภาคจิ๋วระดับนาโน ซึมลึกถึงระดับเซลล์
ด้วยขนาดอนุภาคเฉลี่ยต่ำกว่า 70 นาโนเมตร (เล็กกว่าเซลล์มนุษย์) ทำให้สารสกัดสามารถซึมผ่านชั้นผิวหนังได้ลึกถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) รวมถึงกระจายตัวเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วโดยไม่เกิดการกระจุกตัว
3. เกราะป้องกันทนกรดในกระเพาะอาหาร
ระบบแคปซูลนาโน (NMC-3D) ช่วยทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันสารสำคัญ ไม่ให้ถูกทำลายด้วยกรดในกระเพาะอาหารเมื่อรับประทาน สารสกัดจึงเดินทางไปถึงลำไส้เล็กและปลดปล่อยเข้าสู่ร่างกายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
ประโยชน์ของ AstaNano มีอะไรบ้าง?
การได้รับ AstaNano ที่ดูดซึมได้ดีเยี่ยม ช่วยให้ร่างกายนำสารต้านอนุมูลอิสระไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ในหลายระบบ
- Skin Health (สุขภาพผิว) : ปกป้องผิวจากรังสี UV ลดเลือนริ้วรอย ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว
- Eye Health (สุขภาพดวงตา) : ลดอาการเมื่อยล้าของดวงตาจากการจ้องหน้าจอนานๆ
- Brain & Joint Health (สมองและข้อต่อ) : ปกป้องเซลล์ประสาท ลดอาการอักเสบตามข้อต่อ
- Exercise Recovery & Cardiovascular : ช่วยลดการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย และส่งเสริมระบบไหลเวียนโลหิต
AstaNano เหมาะกับใคร?
AstaNano เหมาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่ม Everyday Performers หรือผู้ที่ต้องใช้ร่างกายและสมองอย่างเต็มที่ในทุกๆ วัน
- วัยทำงานและผู้บริหาร : ที่ต้องเผชิญความเครียด แสงสีฟ้าจากหน้าจอ และมลภาวะ
- ผู้ที่ใส่ใจเรื่องชะลอวัย(Anti-Aging) : ต้องการบำรุงผิวพรรณจากภายใน ลดเลือนริ้วรอยระดับลึก
- นักกีฬาและผู้ชอบออกกำลังกาย : ช่วยลดความเครียดจากการออกซิเดชัน และเร่งการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ
- ผู้ที่มีปัญหาการดูดซึม : ต้องการสารอาหารที่ทนกรดกระเพาะและละลายน้ำได้ง่ายเพื่อการดูดซึมไว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ AstaNano
- AstaNano ต่างจาก Astaxanthin ทั่วไปตามท้องตลาดอย่างไร?
AstaNano ผ่านเทคโนโลยี NMC-3D Nano-encapsulation ทำให้อนุภาคมีขนาดเล็กกว่า 70 นาโนเมตร ละลายน้ำได้ดี ทนกรดในกระเพาะอาหาร และมีอัตราการดูดซึม (Bioavailability) สูงถึง 74.83% ซึ่งดีกว่า Astaxanthin รูปแบบน้ำมันทั่วไปถึง 20 เท่า - AstaNano ปลอดภัยไหม มีสารเคมีตกค้างหรือไม่?
ปลอดภัยสูง เนื่องจากสกัดจากสาหร่ายแดงในฟาร์มระบบปิด (Closed Tubular System) ที่ควบคุมสิ่งแวดล้อม ปราศจากพลาสติไซเซอร์ สารกำจัดศัตรูพืช มีโลหะหนักต่ำ (<1.0 ppm) และ ใช้วิธีสกัดด้วย Supercritical CO2 ซึ่งปราศจากตัวทำละลายเคมีตกค้าง - ทาน AstaNano อย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด ?
เนื่องจาก AstaNano ถูกพัฒนาให้เป็นอนุภาคนาโนที่ละลายน้ำและทนกรดได้ดี จึงสามารถรับประทานหลังอาหารมื้อใดก็ได้ ร่างกายจะสามารถดูดซึมและนำไปใช้ในกระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว
AstaNano® ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของวงการสารต้านอนุมูลอิสระ ด้วยการทลายขีดจำกัดด้านการดูดซึมของ Astaxanthin แบบเดิมๆ ผสานความบริสุทธิ์จากธรรมชาติของประเทศนิวซีแลนด์เข้ากับเทคโนโลยีนาโนระดับโลก เพื่อการดูแลสุขภาพและผิวพรรณที่ลึกถึงระดับเซลล์



